พนมเปญ

  กรุงพนมเปญ
ครั้ง หนึ่งพนมเปญเคยได้ชื่อว่า ‘ไข่มุก แห่งเอเชีย’ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของกัมพูชา เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การค้าและการเมือง เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานเสน่ห์แบบดั้งเดิมและคึกคัก ปัจจุบันพนมเปญเป็นเมืองที่มีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วมีโรงแรมหรูหราเกิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับนักท่อง เที่ยวชาวต่างชาติ ร้านอาหารก็ได้รับการพัฒนาขึ้นจนได้มาตรฐาน มีสถานที่บันเทิงยามค่ำคืน ห้างสรรพสินค้า อุทยานสาธารณะที่ผู้คนนิยมไปเดินเล่นและออกกำลังกายยามเช้าและเย็น เมืองหลวงที่
เปี่ยม ล้นด้วยเสน่ห์แห่งนี้มีคุณสมบัติที่หลากหลายและสถานที่น่าสนใจทาง ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่จะเป็นตัวอย่างของวัฒนธรรมท้องถิ่นของกัมพูชา ณ ปัจจุบันพนมเปญกำลังพัฒนาและมีแนวโน้มที่สามารถแข่งขันกับเมืองอื่น ๆ ในภูมิภาคพนมเปญ ตั้งอยู่ที่บรรจบกันระหว่างแม่น้ำสี่สายที่รู้จักกันว่า “จตุรมุข” คือแม่น้ำโขงเหนือ แม่น้ำโขงใต้ แม่น้ำโตนเลบาซะ “Bassac” และแม่น้ำจืด “โตนเลสาบ” เมื่อคริสต์ทศวรรษ 1920 พนมเปญ และเสียมเรียบนับเป็นเมืองที่เป็นเป้าการท่องเที่ยวทั้งจากผู้คนใน ประเทศ และจากต่างประเทศ พนมเปญยังมีชื่อเสียงในฐานะที่มีสถาปัตยกรรมแบบเขมรดั้งเดิม เคยได้รับอิทธิพลฝรั่งเศสและผู้คนมีอัธยาศัยดี เมืองหลวงของกัมพูชาแห่งนี้อุดมไปด้วยสวนและต้นไม้นานาชนิด นอกเหนือจากบ้านเรือนที่หลงเหลือมาจากยุคอาณานิคมที่ดูเหมือนอยู่ท่ามกลาง เมืองเก่าของฝรั่งเศส บรรยากาศแสนสบายของเมืองที่ห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองท่าแห่งสุดท้ายอันยิ่งใหญ่”
 Royal-palace-1 พระราชวังหลวงกรุงพนมเปญ “The Phnom Penh Royal Palace”
พระ บรมราชวังหลวงกัมพูชาถูกสร้างขึ้นกว่าหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ในปี ค.ศ 1886 ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส ผสมกับเขมร เพื่อใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์กัมพูชาและครอบครัวของพระองค์ เป็นที่รับทูตผู้มีเกียรติจากต่างประเทศและเป็นสัญลักษณ์ของราชอาณาจักร เขตพระราชวังตอนบนมีพระที่นั่งเทวาวินิจฉัยหรือท้องพระโรงตั้งอยู่ตรงกลาง ผนังด้านในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ ท้องพระโรงนี้ใช้เป็นที่
จัด งานพระราชพิธีราชาภิเษกกษัตริย์เขมร ส่วนพระเจดีย์เงินซึ่งถูกเรียกขานตามลักษณะการก่อสร้างโดยมีแผ่นพื้นทำจาก แผ่นเงินกว่า 5,000 แผ่นนั้นรู้จักกันว่า “วัดพระแก้วมรกด” เพราะเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตสมัยศตวรรษที่ 17 และพระพุทธรูปทองที่หล่อด้วยทองคำบริสุทธิประดับด้วยเพชรกว่า 1 หมื่อนเม็ด ปัจจุบันบริเวณเขตพระราชฐานเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมนาท นโรดมสีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
 National Museum | www.khmeradvisor.com พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
นัก ท่อง เที่ยวที่มาพนมเปญไม่ควรพลาดชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพราะที่นี่ได้รวบรวมศิลปวัตถุที่พบในกัมพูชาไว้มากมาย อาทิ เทวรูปพระวิษณุสมัยศตวรรษที่ 6 และ 9 รูปสลักเศียรพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และรูปหล่อพระนารายณ์บรรทมสินธุ์สำริด ชิ้นที่เก่าแก่ที่สุดว่ากันว่ามีอายุย้อนกลับไปถึงช่วงศตวรรษที่ 4 ในยุครุ่งเรืองของนครวัดนอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงงานไม้และศิลปะพื้นบ้านของ เขมรไว้ด้วย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้สร้างขึ้นในปี 1920
 เป็นการผสมผสานสถาปัตยกรรมเขมรกับฝรั่งเศส ผนังที่หนาทึบและเพดานสูงช่วยให้อากาศภายในเย็นแม้จะอยู่ในช่วงฤดูร้อน
 Central-Market ตลาดพะซาทะไม
ความมีชีวิตชีวาของพนมเปญมี เสน่ห์อยู่ที่ตลาด ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าราคาถูกมากมาย ตลาดแห่งแรกที่นักท่องเที่ยวจะต้องไปก็คือตลาดใหม่ (พะซาทะไม) สร้างขึ้นเมื่อปี 1937 สมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส เป็นตึกแบบอาร์ตเดโกซึ่งมีเพดานสูง ส่วนใหญ่ขายสินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องใช้ในครัวเรือน แต่สำหรับของที่ระลึกจะต้องไปที่ตลาดรัสเซีย (พะซาตวลตมปูง) เป็นแหล่งรวบรวมของเก่าทั้งของแท้และของเลียนแบบ ผ้าไหมของเขมร เครื่องเคลือบจากเวียดนาม
 ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์เลียนแบบของเก่าซึ่งราคาค่อนข้างถูก นักท่องเที่ยวควรต่อรองราคาสินค้ากับผู้ขายทุกครั้ง
 Toul Sleng | www.khmeradvisor.com พิพิธภัณฑ์ตวลซแลง (ตวลซฺแลง) และทุ่งสังหาร
อนุสรณ์ แห่งความโหดร้ายของเขมรแดง แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เคยเป็นโรงเรียน แต่ถูกใช้เป็นที่คุมขังและสอบสวนนักโทษของเขมรแดง ภายในมีภาพถ่ายของเหยื่อที่ถูกสังหารและอาวุธที่ใช้ในการทรมานจัดแสดงอยู่ ออกจากเมืองไปประมาณ 12 กิโลเมตรจะถึงทุ่งสังหารเจืองไอ ที่ซึ่งเหยื่อของเขมรแดงถูกสังหารและฝังไว้ หลังจากเขมรแดงหมดอำนาจลงในปี 1978
 ศพเหล่านั้น ถูกขุดขึ้นมาและมีการสร้างสุสานรูปทรงเจดีย์ มีกะโหลกศีรษะของเหยื่อกว่า 8,000 ชิ้นเรียงซ้อนกันอยู่ในกล่องกระจกกลางสุสาน
 Wat Phnom | www.khmeradvisor.com  วัดพนม
• วัดพนมเป็นวัดที่สำคัญมาก ซึ่งกรุงพนมเปญก็มีที่มาจากวัดแห่งนี้ด้วย ดังมีำตำนานพื้นบ้านกล่าวว่า เมื่อราวหกร้อยปีก่อน มีเศรษฐีนีชาวเขมรผู้หนึ่งชื่อเพ็ญ ได้ไปพบพระพุทธรูปน้ำพัดมาเกยฝั่งหลายองค์ นางมีศรัทธาแก่กล้าในพระศาสนา จึงได้สร้างวัดขึ้นบนยอดเขาที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเหล่านั้น แม้เขาลูกนี้จะสูงเพียง 27 เมตร แต่ก็ถือเป็นเขาที่สูงที่สุดในละแวกนี้ จึงเรียกกันเรื่อยมาว่า “พนมเปญ” แปลว่า “เขายายเพ็ญ”
 • วัดพนมมีประตูทางเข้าหันออกไปทางตะวันออก ทางขึ้นนำเป็นบันไดนาค แต่ไม่สูงนัก วิหารใหญ่นั้นสร้างขึ้นใหม่หลายครั้ง หลังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันเป็นของที่สร้างขึ้นในปี 1926 มีภาพจิตรกรรมฝาผนังวาดเป็นเรื่องรามเกียรติ์ ลานวัดทางทิศใต้มีศาลาเล็กๆ หลังหนึ่ง ใช้ตั้งรูปปั้นยายเพ็ญผู้สร้างวัดนี้
• วัดพนมเป็นที่รวมของความเชื่ออันหลากหลาย แม้จะเป็นวัดในพุทธศาสนาสายเถรวาท แต่ก็มีศาลเปรียะโฮ ซึ่งเป็นเทพที่ชาวเวียดนามนับถือกันมากตั้งอยู่ทางตอนบนของวิหาร ขณะที่โต๊ะบูชาด้านหน้ามีรูปปั้นขงจื้อและปราชญ์จีนอีกสองท่าน ด้านซ้ายของแท่นบูชาใหญ่ก็มีเทวรูปพระนารายณ์แปดกร ประดิษฐานอยู่ มองลงมาทางทิศตะวันตกของวิหารจะเห็นเจดีย์ใหญ่อันเป็นที่บรรจุพระอัฐิธาตุ ของพระเจ้าพงหยัต
• พระที่นั่งนโปเลียนที่ 3 พระที่นั่งองค์หลังนี้เพิ่งผ่านการบูรณะจากอาสาสมัครฝรั่งเศสโดยใช้เงินของ ฝรั่งเศสเอง เดิมเป็นตำหนักที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 สร้างประทานแด่จักรพรรดินีเออเชนี ต่อมาองค์จักรพรรดิดินีมีรับสั่ง ให้รื้อถอดออกเป็นชิ้นๆ ส่งลงเรือมาประกอบขึ้นใหม่เป็นของขวัญถวายแด่สมเด็จพระนโรดมที่กรุงพนมเปญใน ทศวรรษที่ 1870
• ส่วนทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเขตพระราชวังหลวง เป็นเขตพระราชฐาน ที่ประทับของสมเด็จพระสีหนุ ส่วนทางด้านใต้ของพระราชวังหลวง มีหมู่อาคารพระคลังหลวง พระที่นั่งโภชนีโสภา สำหรับพระราชทานเลี้ยง
 Ounalom Pagoda | www.khmeradvisor.com  วัดอุณาโลม
ศาสนสถานอันกว้างขวางที่ มีอยู่หลายแห่งในพนมเปญเหมาะสำหรับการมาเดินเที่ยวชมในวันที่อากาศร้อน วัดที่เก่าแก่และน่าสนใจ ได้แก่ วัดอุณาโลม ศูนย์กลางคณะสงฆ์ของกัมพูชาและถือเป็นวัดที่สำคัญที่สุดในกรุงพนมเปญ ก่อตั้งขึ้นราวศตวรรษที่ 15 แต่ถูกเขมรแดงทำลายอย่างหนักก่อนจะได้รับการฟื้นฟูกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว มีพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุตั้งอยู่ วัดโมหะมนตรี มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามซึ่งวาดขึ้นในช่วงปี 1960
 เป็น เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 และวัดลังกา วัดสำคัญรองมาจากวัดอุณาโลมได้รับการฟื้นฟูหลังจากถูกเขมรแดงทำลายเช่นกัน ภายในวิหารมีภาพวาดชาดกต่าง ๆ ประดับไว้
 Choeung Ek Memorial | www.khmeradvisor.com อนุสรณ์สถานทุ่งสังหาร “เจิง แอก”
พิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ “อนุสรณ์สถานทุ่งสังหาร” ซึ่งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นในระหว่างระบอบการปกครองของเขมรแดงในพื้น วัดแห่งนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในร้อยทุ่งสังหารทั่วประเทศกัมพูชา เขตการฆ่านี้เป็นที่ตั้งของการประหารชีวิตนักโทษที่โหดร้ายที่สุด นักโทษกว่า 17,000 คน มีหญิงชายและเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ได้ผ่านการสอบสวนและทรมานในเรือนจำ S-21 (Toul Sleng) ในบริเวณอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เราสามารถเห็นหลุมฝังศพนักโทษที่ถูกประหาร มีเจดีย์ที่บรรจุหัวกะโหลกมนุษย์และกระดูก
 Independence | www.khmeradvisor.com อนุสาวรีย์อิสระภาพ
วิมานเอกราช หรือ อนุสาวรีย์อิสรภาพ เปิดในปี 1958 เพื่อเฉลิมฉลองความเป็นอิสระของกัมพูชาจากอาณานิคมของต่างชาติ ซึ่งสร้างโดยสถาปนิกกัมพูชามีชื่อเสียง Vann Molyvann อนุสาวรีย์สร้างตามลักษระลวดลายดอกบัวตูมประดับด้วยหัวพญานาค ที่เห็นได้ชัดนั้นก็คือการออกแบบเหมือนนครวัด อนุสาวรีย์อิสรภาพยังใช้เป็นสัญลักษ์แห่งการสิ้นสุดของสงครามในกัมพูชาเช่น เดียวกับอิสรภาพของตัวเอง อนุสาวรีย์อิสรภาพตั้งอยู่ในศูนย์กลางของวงเวียน
 ถนนนโรดมสีหนุวิล ปัจจุบันใช้การเฉลิมฉลองเกี่ยวกับวันหยุดทางการเมืองเช่นวันเอกราช (7 มกราคม) และวันรัฐธรรมนูญ (24 กันยายน)

ตลาดรัสเซีย
ตลาดรัสเซียเป็นตลาดที่ชาวต่างชาตินิยมมาซื้อของในระหว่างปี ค.ศ 1980 มากที่สุดชาวรัสเซียที่มาอยู่ในประเทศกัมพูชาเลยเรียกว่า“ตลาดรัสเซีย” ตลาดนี้มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย เช่นของที่ระลึก ผ้าไหม อัญมณี งานแกะสลัก และเสื้อผ้า


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: