ประเทศกัมพูชา

กัมพูชา หรือชื่อทางการคือ ราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทางทิศใต้จรดกับอ่าวไทย ทางทิศตะวันตกติดกับประเทศไทย ทางทิศเหนือติดกับประเทศไทยและลาว ทางทิศตะวันออก ติดกับเวียดนาม เมืองหล่วงของกัมพูชาคือ กรุงพนมเปญ ภาษาทางการคือภาษาเขมร(แขมร์)ส่วนภาษาที่ใช้โดยทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน และภาษาอื่น ๆ   ระบบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งมี พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี เป็นประมุข

จำนวนประชากร
14,071,001 คน (ก.ค. 2548)

เชื้อชาติ

ชาวเขมร 85% ชาวญวน 5% ชาวจีน 5 % อื่นๆ เช่นชาวไทย ชาวลาว ชาวจาม ชาวจะราย ชาวระแดว์ ชาวเสตียง ชาวเมฺรญ และชาวเปือร์ 3% เป็นต้น

ศาสนา

รัฐธรรมนูญกัมพูชาบัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ เพราะมีผู้นับถือพระพุทธศาสนา 95% ศาสนาอิสลาม 3% ศาสนาคริสต์ 1.7% ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 0.3%

พื้นที่

-รวม 181,035 ตร.กม. (88)  เท่ากับ 69,898 ตร.ไมล์ แหล่งน้ำ (%) 2.5%

ภูมิประเทศ

*ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ ประกอบด้วยที่ราบรอบทะเลสาบเขมร และที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง
*มีทิวเขาล้อมรอบทางเหนือ คือ เทือกเขาพนมดงรัก เทือกเขาบรรทัด เทือกเขาอันนัม
กัมพูชา มีลักษณะภูมิประเทศคล้ายชามหรืออ่าง คือ ตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวาง มีภูเขาล้อมรอบอยู่ 3 ด้าน ได้แก่
-ด้านตะวันออกมีแนวเทือกเขาอันนัมที่เป็นพรมแดนกับประเทศเวียดนาม
-ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือมีแนวเทือกเขาพนมดงรักที่เป็นพรมแดนกับประเทศไทย
-ด้านใต้และตะวันตกใต้มีแนวเทือกเขาบรรทัดที่เป็นแนวพรมแดนกับประเทศไทย
เฉพาะด้านตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้นที่เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

แม่น้ำ/ทะเลสาบสำคัญ
1.แม่น้ำโขง ไหลจากลาวเข้าสู่ภาคเหนือของกัมพูชาแล้วไหลผ่านเข้าเขตเวียดนาม มีความยาวในเขตกัมพูชารวม 500 กิโลเมตร
2.แม่น้ำทะเลสาบ เชื่อมระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลสาบ ความยาว 130 กิโลเมตร
3.แม่น้ำบาสัก (Bassac) เชื่อมต่อกับแม่น้ำทะเลสาบที่หน้าพระมหาราชวัง กรุงพนมเปญ ความยาว 80 กิโลเมตร
4.ทะเลสาบโตนเลสาบ อยู่ห่างจากกรุงพนมเปญประมาณ 100 กิโลเมตร ฤดูน้ำหลากน้ำท่วมถึง 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกถึง 10 เมตร โตนเล สาบครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กำปงธม กำปงซะนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง และเสียมเรียบ ในโตนเลสาบมีปลาชุกชุมกว่า 300 ชนิด

ภูเขา
ยอดเขาสูงที่สุดของกัมพูชาคือพนมอาออรัล สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,813 เมตรทิศเหนือของกัมพูชามีเขตแดนติดกับประเทศไทยระยะทางยาว 750 กิโลเมตร ติดกับจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด โดยมีเทือกเขาพนมดงรัก และเทือกเขาบรรทัดกั้น

ป่าไม้

กัมพูชา เป็นประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์มากที่สุดหากเปรียบเทียบกับประเทศ เพื่อนบ้าน ปัจจุบันป่าไม้ลดลงอย่างมากหลังจากที่รัฐบาลเปิดให้สัมปทานป่ากับบริษัท เอกชนจากประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น

ภูมิอากาศ

มีอากาศมรสุมเขตร้อนเป็นแบบร้อนชื้นแถบมรสุม ฤดูฝนเริ่มจากเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ฤดูแล้ง เริ่มจากเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เดือนเมษายนมี อุณหภูมิสูงสุดที่สุด เดือนมกราคมมีอุณหภูมิต่ำที่สุด เดือนตุลาคมมีฝนตกชุกที่สุด

สกุลเงินเรียล
สกุลเงินเรียลมีดังเช่น 100,000; 50,000; 20,000; 10,000; 5000; 2000; 1000; 500; 200; 100 และ 50 เงินตราต่างประเทศสามารถแลกได้อย่างง่ายดายที่ร้านแลกตั้งค์และธนาคาร

ธงชาติกัมพูชา
มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ผืน ธงแบ่งตามแนวยาวเป็น 3 ริ้ว โดยริ้วกลางนั้นเป็นพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วนมีรูปปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาวอยู่ตรงกลางริ้วที่อยู่ด้านนอก ทั้ง สองด้านนั้นกว้างริ้วละ 1 ส่วนพื้นสีน้ำเงินความหมายของสัญลักษณ์ ในธง นั้นสะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศ ดังปรากฏในคำขวัญประจำชาติ ว่า”ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์”โดย พื้นสีแดงมีความหมายถึงชาติ ปรา สาทนครวัดสีขาวหมายถึงสันติภาพและศาสนาซึ่งเดิมมีราก เหง้าจากศาส นาพราหมณ์-ฮินดู  และได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นพระพุทธศาสนา ในปัจจุบัน ส่วนสี น้ำเงินนั้นหมายถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

เศรษฐกิจ
1.เกษตรกรรม อยู่บริเวณที่ราบภาคกลาง รอบทะเลสาบเขมร พืชที่สำคัญคือ ข้าวเจ้า ยางพารา พริกไทย
2.การประมง บริเวณรอบทะเลสาบเขมร เป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค
3.การทำป่าไม้ บริเวณเขตภูเขาทางภาคเหนือ โดยล่องมาตามแม่น้ำโขง
4.การทำเหมืองแร่ ยังไม่ค่อยสำคัญ
5.อุตสาหกรรม เป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว โรงเลื่อย รองเท้า

ภาวะ เศรษฐกิจของกัมพูชาหลังจากมีการเปลี่ยน แปลงการปกครองจากระบอบสังคมนิยมเป็นระบอบประชาธิปไตยและหลังจากสงครามภายใน ประเทศกัม พูชาเริ่มสงบลง และเริ่มพัฒนาฟื้นฟูบูรณะประเทศทำให้ความต้องการสินค้าและบริการเพิ่มมาก ขึ้น จึงเปิดโอกาสให้ ประเทศทำการค้าขายกับต่างประเทศ มากยิ่งขึ้น กัมพูชาจึงกำหนดนโยบายที่มุ่งหวังการพัฒนาศักยภาพทางการเกษตรการท่องเที่ยว และส่งเสริมให้มีการลงทุนจากต่างชาติ โดยกำหนดยุทธการ ต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้ของรัฐและได้ดำเนินมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การปรับปรุงกฎหมายด้านเศรษฐกิจ การเพิ่มสิทธิประโยชน์แก่นักลงทุน ต่างประเทศ การปฏิรูประบบจัดเก็บภาษีเงินได้ และเร่งรัดพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานทางเศรษฐกิจ เช่น สนามบิน ถนน ไฟฟ้า ประปา และสาธารณูปโภค ต่างๆ เป็นต้น ภายใต้ความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย และ UNDP รวมทั้งประเทศที่ให้ความช่วย เหลืออื่นๆ

แต่การพัฒนาเศรษฐกิจของกัมพูชาได้เติบโตอย่าง ช้า ๆ โดยเฉพาะในช่วงปี 2540-2541 กัมพูชา ต้องเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย และ ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศถอนตัวออกจากประเทศกัมพูชา ส่งผลให้การฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนาประเทศ เป็นไปอย่างล่าช้าแต่หลังจากปี2542 สถานการณ์ การเมืองกัมพูชาเริ่มมีความมั่นคงพอสมควรและนับเป็นปีแรกที่ กัมพูชามีสันติภาพอย่างแท้จริง เพราะ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในหมดไป ปัจจุบัน กัมพูชากำลังพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (ตุลาคม 2543- กันยายน 2548) ทั้งนี้เพื่อให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในเกณฑ์ร้อยละ 6-7 ต่อปี ภาวะเศรษฐกิจของกัมพูชาในอดีต ที่ผ่านมาสามารถสรุปได้ดังนี้

สินค้าเกษตรกรรมถือว่าเป็นแหล่งรายได้หลักของ ประเทศประมาณร้อยละ 43 ของ GDP มาจากข้าวและปศุสัตว์ ส่วนการประมงและป่าไม้มีสัดส่วน ประมาณร้อยละ 5 สินค้า เกษตรที่ส่งออกได้แก่ข้าว ไม้ และยางพารา รองลงมาได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง สัตว์มีชีวิต ผลไม้ และปลา เป็นต้น ทั่วไปกัมพูชามีสินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม ไม้ ยางพารา ข้าว และปลา สินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง บุหรี่ ทอง วัสดุก่อสร้าง เครื่องจักรและเครื่องยนต์

เศรษฐกิจกัมพูชาในปี 2546 คาดการณ์โดย The Economist Intelligence Unit (EIU) มีการขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงเหลือ 5.0 % และ International Monetary Fund (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจขยายตัว 4.7 % เทียบกับที่ขยายตัวราว 5.5 % ในปี 2545ปัจจัย สำคัญที่บั่นทอนการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกัมพูชาได้แก่รายได้จาก ภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงเนื่องจากเกิดเหตุการณ์การก่อ ความไม่สงบ โดยมีการเผาสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญเกิดปัญหาการระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง(SARS)ประกอบ กับสถาน การณ์ความไม่ แน่นอนทางการเมืองในกัมพูชา(หลังการเลือกตั้งทั่วไปซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม2546ที่ ผ่านมา)ทำให้นักท่องเที่ยวไม่มั่น ใจในความปลอดภัย และ ปัญหาการเมืองที่ยังคงไร้เสถียรภาพ ทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่นในการเข้าไปลงทุนในกัมพูชา ถึงแม้ว่าวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2546 สภาแห่งชาติของกัมพูชา(The National Assembly)ได้อนุมัติการออกกฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายการลงทุน ฉบับลงวันที่ 5 สิงหาคม 2534 (Law on the Amendment to the Law on Investment of the Kingdom of Cambodia) เพื่อเอื้อสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนแก่นักลงทุนต่างชาติ ส่วนภาคธุรกิจก่อสร้างยังคงอยู่ในภาวะซบเซา

ปี 2547 EIU และ IMF คาดว่าเศรษฐกิจกัมพูชาจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 5.5 % – 5.8 % ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลกัมพูชาคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 5.5 % – 6.0 % เนื่องจากรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้ม ฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับเมื่อเดือนธันวาคม 2546 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศเพิ่มโควตานำเข้าสิ่งทอสำหรับปี 2547 ให้กัมพูชาเพิ่มขึ้นอีก14 % ซึ่ง คาดว่าจะทำให้กัมพูชามีรายได้จากการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และภาคธุรกิจก่อสร้างเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น และจากการที่กัมพูชาได้เข้า เป็นสมาชิก ใหม่ของ WTO อย่างสมบูรณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2547 ทำ ให้กัมพูชามีพันธกรณีที่ต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายด้านการลงทุนให้ได้มาตรฐาน สากลซึ่งจะทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นและเข้าไปลงทุนในกัมพูชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการย้ายฐานการผลิตเข้าไปตั้งโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ในกัมพูชาเพื่อส่งออก เนื่องจากกัมพูชายังมีอัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำ ทางด้านอัตราเงินเฟ้อ EIU และ IMF คาดว่าปี 2547 กัมพูชาจะมีอัตราเงิน เฟ้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3.1 % – 3.5 % จากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยราว 1.3 % – 2.6 % ในปี 2546 เนื่องจากราคาอาหารในประเทศปรับตัวสูง ขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก (ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย, 2547)

วันหยุดและเทศกาลสำคัญของกัมพูชา

วัน เทศกาล
1 มกราคม วันขึ้นปีใหม่สากล
7 มกราคม เป็นวันแห่งชัยชนะเหนือรัฐบาลเขมรแดงและเป็นวันสิ้นสุดระบอบการปกครองของเขมรแดง
18 กุมภาพันธ์ วันมาฆบูชา
8 มินาคม วันสตรีสากล
13-16 เมษายน วันขึ้นปีใหม่ของกัมพูชา
1 พฤษภาคม วันแรงงานระหว่างประเทศ
13-15 พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาพระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
17 พฤษภาคม วันวิสาขบูชา
21 พฤษภาคม วันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
1 มิถุนายน วันเด็กนานาชาติ
18 มิถุนายน วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระราชินีนโรดม มุนีนาถ สีหนุ พระวรราชมารดา
24 กันยายน วันรัฐธรรมนูญ
26-28 กันยายน เทศกาลพจมเบ็ณ
29 ตุลาคม วันแห่งพระราชพิธีครองราชย์ของ พระมหากษัตริย์ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี
31 ตุลาคม พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชบิดา พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุ
9 พฤศจิกายน วันประกาศอิสระภาพจากฝรั่งเศส
09-11 พฤศจิกายน วันเทศกาล พายเรือและลอยกระทง
10 ธันวาคม วันสิทธิมนุษยชน

ประวัติศาสตร์
จากการพิสูจน์อายุโดยคาร์บอน 14 ที่ถ้ำกบาลสเปียนทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา บอกได้ว่าผู้คนที่รู้จักทำหม้อดินอาศัยอยู่ในถ้ำนี้ตั้งแต่ 4200 ปี ก่อนคริสตกาลอีกถ้ำหนึ่งใกล้ทะเลมีผู้คนอาศัยอยู่ราวพันปีหลังจากนั้นซึ่งพอ จะสรุปได้ว่ามีผู้คนเข้ามาอาศัยในดินแดนนี้นานก่อนหน้า นั้นแล้ว มีผู้พบหลักฐานเก่าแก่ไปกว่านั้นคือ วัฒนธรรมการใช้เครื่องมือหินกรวดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กะโหลกศีรษะ กระดูกพบที่สำโรงเซน อายุราว 1502 ปีก่อนคริสตกาล ชี้ให้เห็นว่าผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์มีความละม้ายคล้ายคลึง กับชาวกัมพูชาในปัจจุบันซึ่งมีการผสมสายเลือด กับชาวจีน

แผนที่ประเทศกัมพูชา

%d bloggers like this: